หน้าแรก สินค้าและบริการ เกี่ยวกับยนต์ผลดี ผลงานที่ผ่านมา ติดต่อสอบถาม
 English
-A +A
 www.yontpholdee.co.th
  Search   
 



จดหมายถึงก๊ก

จดหมายถึงลูกก๊ก 
ก๊กลูกรัก
เมื่อวานนี้ลูก ถาม ป๋าว่า ข้าวเปลือกเมล็ดเดียวนั้นเมื่อโรงสีสีข้าวออกมาแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์
( บายโพดัก   ) อะไรบ้าง วันนี้จึงคอบจดหมายลูกว่าข้าวเปลือกเพียงเมล็ดเดียวเมื่อผ่านเครื่องจักรในโรงสีข้าวจะได้ผลิตภัณฑ์ ๑๓ ชนิด
1.    ข้าวเปลือก
2.    ข้าวกล้อง
3.    ข้าวสาร ข้าวต้น ( ข้าวเต็มเมล็ด )
4.    ข้าวสามส่วน
5.    ข้าวท่อน
6.    ข้าวปลาย
7.    ข้าวปลายเล็ก
8.    รำหยาบ รำละเอียด
9.    เศษข้าวกล้อง  (ที่รถเหยียบแตกระหว่างกระตากบนลานและการเคลื่อนย้าย)
10.  กรวด หิน ดิน ทราย
11.  แกลบ
12.  ละออง
13.  เศษฟาง
ทั้ง ๑๓ผลิตภัณฑ์นั้นมีราคาของมันอยู่และเป็นหั่งเช้ง ( สภาวะตลาด) ในเวลานั้นๆ
ซึ่งมีการแจ้งราคาขึ้นลงวันละ ๒ครั้งเหมือนกับตลาดหุ้น ฉะนั้นการซื้อและขายจึงต้องฟังหั่งเช้งตลอดเวลา ที่ ก๊กได้ยินเจ้าของโรงสีพูดเสมอว่า หั่งเช้ง ไม่ดี แปลว่าสภาวะตลาดไม่ค่อยดีบ้างครั้งราคาข้าวเปลือกที่ซื้อเข้าก็แพงกว่าราคาข้าวสารและผลิตภัณฑ์ทุกรายการรวมกันแล้วหักออกด้วยค่าใช้จ่ายในการสีข้าวแล้วไม่มีกำไร เกือบลืมไปยังไม่ได้บอกลูกว่าค่าใช้จ่ายในการสีข้าวมีอะไรบ้าง
ค่ากากเพชร น้ำเกลือ ยางเส้น
ค่าลูกยางกลมกะเทาะข้าวเปลือก
ค่าแรงงานโดยตรง
ค่าภาษี การค้า ภาษีเงินได้
ค่าไฟฟ้า ในการสี
ค่าไฟฟ้าตู้อบลดความชื้น
ค่าน้ำมันรถตัก
ค่ากระสอบ ค่าเชือก ค่าด้ายเย็บกระสอบ
ค่ารถบรรทุกส่งข้าวสารค่าหย่ง ( ค่านายหน้าการขาย )
ค่าดอกเบี้ยธนาคาร
ค่าเสื่อม อาคาร รถยนต์ เครื่องอุปกรณ์การสีข้าว
ที่ท่านเถ้าแก่โรงสีข้าวลืมหักและหลายท่านก็ตั้งใจที่จะไม่หัก
คือเงินเดือนท่านประธานฯ รองประธานและลูกๆ
ที่เขียนมาด้านบนนี้อาจจะยังไม่ละเอียดพอเพราะว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละโรงสีข้าวก็ไม่เหมือนกัน
แต่ที่เหมือนกันแน่ๆคือการซื้อข้าวสารต้องราคาสูงกว่าคู่แข่งขันจึงจะมีข้าวเปลือกมาสี และการขายก็เช่นกันราคาต้องดีกว่า( คุณภาพเท่ากันราคาต้องเท่ากันหรือถูกกว่า) จึงจะขายได้
ตอบคำถามว่าทำไมโรงสีข้าวยุคนี้จึงต้องสร้างขนาดใหญ่ๆเรียกว่า ขนาด ๓๐๐เกวียนจึงจะเรียกว่ามาตรฐาน ถ้า ๒๐๐ เราเรียกว่าขนาดกลาง ถ้า ๕๐๐เกวียน เราเรียกว่าขนาดใหญ่
ถ้ามากว่า๕๐๐ขึ้นไปเราจะเรียกว่าขนาดพิเศษ เพราะว่าราคาข้าวเปลือกแพงมาก ( รัฐบาลต้องประกันราคาเพื่อให้เกษตรกรชาวนาอยู่ได้ ) เมื่อราคาสูงการขายข้าวสารออกไปต่างประเทศจึงทำได้ยากเพราะว่าราคาตลาดโลกเขาไม่ได้สูงตามในประเทศเรา
 เมื่อราคาข้าวเปลือกสูงแต่ราคาข้าวสารสูงไม่ได้การสีข้าวจึงถูกบีบให้ทำยากยิ่งรัฐบาลแทรกแซ.การค้าข้าวมากเท่าไร วงจรการค้าก็ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ต่อไปข้าวไทยในตลาดโลกก็จะเสียแชมป์เพราะว่าข้างบ้านกำลังเร่งส่งออกมากขึ้นทุกปีๆยิ่งปากีสถานนั้นราคาข้าวถูกว่าเรามาก แต่ในการแข่งขันเสรีนั้นผู้ที่เข้มแข็งและต้นทุนดีกว่าจึงจะเป็นผู้ชนะ
ลูกก๊กไม่ต้องห่วงเพราะว่าในธุรกิจทุกประเภทก็มีวงจรของมันอยู่ มีราคาขึ้นก็ต้องมีราคาลงมีขาดทุนวันหนึ่งก็ต้องมีกำไร ขอเพียงแต่เราต้องต่อสู้ในแนวทางที่ถูกต้อง
ก๊ก ลูกรักฉบับหน้าจะบอกว่าทำไมโรงสีข้าวจึงต้องใช้เงินเยอะมากๆในการทำธุรกิจขอจบก่อนเพราะจะไปนอนดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องเดินทางอีกไกล
รักเสมอ
ป๋าของลูก
๒๐/๗/๒๕๔๘


 
 
 


 
จดหมายถึงลูกก๊กฉบับที่ ๒
วันก่อนเขียนถึงเรื่องการลงทุนในกิจการโรงสีข้าว และผลตอบแทนในการสีข้าวจึงขอยกตัวอย่างที่โรงสีข้าวได้ทำรายละเอียดเสนอโปรเจ็คธนาคารแต่ก็เป็นเพียงตัวอย่างเมื่อ ๓๑สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

ราคาข้าวเปลือก ๔,๓๕๐บาท/ตัน
ข้าวขาวที่สีออกมาแล้วเป็นผลผลิตตามรายละเอียดคูณด้วยราคาในวันที่คิด
ข้าวสาร ๑๐๐เปอร์เซ็นต์   ๔๕๐   ก.ก. ราคา ๗.๓๐ - ๓,๒๘๕ บาท
ข้าวท่อน                            ๑๐๐   ก.ก. ราคา ๕.๕๐-      ๕๕๐   บาท
ข้าวปลายเล็ก                         ๕๐ ก.ก. ราคา ๔.๙๐-     ๒๔๕    บาท
ข้าวหัก                                   ๔๐ ก.ก. ราคา ๖.๐๐ -   ๒๔๐      บาท
รำข้าว                                     ๙๐ ก.ก. ราคา ๓.๒๐ -   ๒๘๘    บาท
รำหยาบ                                   ๑๐ ก.ก. ราคา ๐.๒๐ -    ๒         บาท
แกลบ                                  ๒๕๐ ก.ก. ราคา ๐.๑๕ -   ๓๗.๕๐ บาท
สิ่งเจือปน                                 ๑๐ ก.ก. ราคา  ๐                ๐       บาท
รวมยอดขาย / ตัน                                                   ๔,๖๔๗.๕๐  บาท 
ค่าใช้จ่ายในการสีข้าวและการขาย 
ค่าไฟฟ้า                      ๘๐ บาท
ค่าแรงงาน                    ๓๒ บาท
ค่าอะไหล่                     ๓๕ บาท
ค่าขนส่ง                         ๘๔ บาท
ค่าหย่ง                            ๕๔ บาท
อื่นๆ                               ๒๐ บาท
รวมค่าใช้จ่าย                                                                    ๓๐๕ บาท 
ค่าข้าวเปลือก                                ๔,๓๕๐ 
ค่าดำเนินการ                                    ๓๐๔  
รวมรายจ่าย                                    ๔,๖๕๕
ค่าข้าวสาร รายรับ                          ๔,๖๔๗ 
ขาดทุนเกวียนละ                                     ๘  บาท 
นี่เป็นตัวอย่างในวันนั้น คิดดูถ้าโรงสีข้าวทำขาดทุนแล้วทำไมจึงมีคนสร้างกันอย่างมากมายคิดว่าต้องมีผลกำไรอะไรซักอย่างที่เราคิดไม่ถึงเช่นราคาหั่งเช้งขึ้นๆลงๆทำให้เกิดการเก็งกำไร ( บางครั้งก็ขาดทุน )เพราะว่าข้าวต้นปีกับข้าวปลายปี ราคาต่างกันมากโข บางวันราคาข้าวต้นก็ขึ้น แต่ข้าวท่อนลงราคา
อีกวันหนึ่งข้าวท่อนขึ้นราคา ข้าวต้นลงราคาอย่างนี้ก็เกิดการเก็งกำไร ตุนของไว้รอราคา
ราคาข้าวเปลือกก็เช่นกัน ต้นปีราคาขนาดนี้ แต่พอปลายฤดูราคาก็เพิ่มขึ้น เมื่อถึงปลายปีราคาก็เปลี่ยนไป จึงเกิดการกักตุนเพื่อรอราคา พ่อค้าข้าวเปลือก ท่าข้าว จึงเกิดธุรกิจเกี่ยวกับข้าวเปลือกอีกมากมาย เช่นพ่อค้าข้าวท่อน ข้าวปลาย รำละเอียด รำหยาบ แกลบ การขายข้าวยังมีตลาด ทั้งต่างประเทศ ในประเทศ ขาย ยี่ปั๊ว ขายปลีก จริงๆแล้วธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงสีข้าวนั้นมีมากกว่าที่เราคิดอีกมาก เช่น กระสอบ ถุงพลาสติก เครื่องชั่ง รถบรรทุก ร้านขายอะไหล่
เถ้าแก่โรงสีข้าว ต้องมีความรู้หลายสาขาเรียกว่าต้องจดหลายปริญญา ตัวอย่างเช่น
สาขา สถาปัตย์ การก่อสร้าง
สาขาเครื่องกล
สาขาเกษตรกรรม
สาขาอุตสาหกรรมการผลิต
สาขาไฟฟ้าอุตสาหกรรม
สาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์
สาขาการบัญชี
สาขาการธนาคาร
สาขาการตลาด
เรียกว่าจะเป็นเถ้าแก่โรงสีข้าวต้องรอบรู้หลายสาขาจึงจะบริหารได้ ( จริงๆแล้วไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ต้องรู้มากพอๆกันจึงจะประสบความสำเร็จ )
เถ้าแก่โรงสีข้าวเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ  ที่สามารถทำงาน วันละ ๒๔ชั่วโมง ทำงานสัปดาห์ละ ๗วัน หยุดงานปีละ๒ วัน พนักงานทำงานตามเวลาแล้วก็หยุดพัก แต่เถ้าแก่ไม่มีวันหยุด ถ้าเราคิดได้อย่างนี้ที่เราเห็นว่าโรงสีข้าวแต่ละโรงสีใหญ่โต บ้านสวยราคาแพง รถเบนซ์สวยๆ รถโฟร์วิลคันงามก็อย่าไป อิจฉา เขาเพราะถ้าเรารู้ว่าเขาทำงานมากกว่าเราหลายเท่าถ้าเราขยันเท่าเขาเราก็มีโอกาสเหมือนกัน
ลูกก๊ก อ่านแล้วจะคิดว่าป๋าเขียนโอเว่อร์แอ๊คชั่น แต่ในชีวิตจริงแล้วยิ่งกว่าที่เขียนนี่หลายเท่านักเพราะว่ายังไม่ได้เขียนถึงความเครียด ความกังวลเพราะราคาข้าวเปลือก ราคาข้าวสารที่ขึ้นลงวันละ ๒ครั้งทำให้มีการลุ้น ทั้งได้ และเสีย ตลอดเวลา ที่เขียนมามากมายนี้ก็จะเล่าให้ฟังว่าการทำโรงสีข้าวนั้นต้องอดทน ขยัน อดออมไม่มีอะไรง่าย   รักลูกเสมอ 
วิสูตร ๒๑ / ๗ / ๒๕๔๘



หน้าแรก | สินค้าและบริการ | เกี่ยวกับยนต์ผลดี | ผลงานที่ผ่านมา | ติดต่อสอบถาม  
  Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
บริษัท ยนต์ผลดี จำกัด
25/6 ถ.พหลโยธิน กม.351
อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60240
Tel : 056-334000-2 Fax: 056-334004
Email : karn.ck@gmail.com