หน้าแรก สินค้าและบริการ เกี่ยวกับยนต์ผลดี ผลงานที่ผ่านมา ติดต่อสอบถาม
 English
-A +A
 www.yontpholdee.co.th
  Search   
 



| บทความเกี่ยวกับหินโคน |

หินโคนทางเลือกที่มั่นใจ


( corn type ) สัญลักษณ์  แห่งความสำเร็จ 
หินข้าวขาวที่มีผลงานเป็นเสมือนป้ายบอกความสำเร็จในการสีข้าว ในรอบร้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ข้าวไทยชนะเลิศในด้านคุณภาพและการขัดสี รสชาติในการบริโภครวมทั้งคุณค่าในโภชนาการอีกทั้งเป็นหนึ่งในการส่งออกและปริมาณที่ขายอันดับหนึ่งของตลาดการค้าข้าวสารโลก
ธุรกิจการสีข้าวได้เดินทางมาถึงยุคที่ต้องแข่งขันอย่างเข้มข้น การที่เราสามารถ ส่งออกไปขายในตลาดโลกได้นั้นหมายถึงว่าเราต้องมีคุณภาพดี ชนะผู้ค้าข้าวสารที่เหมือนกันในตลาดเดียวกัน เราจึงจะอยู่ได้ในตลาด  ในเวทีโลกนั้นเรามองกันที่ผู้ชนะผู้ที่เป็นผู้นำในตลาด
เช่นคุณภาพต้องดี สวยงาม การบรรจุต้องดี
มีคุณค่าทางโภชนาการ
ราคาขายต้องดี ( ไม่แพง )
การส่งมอบตรงเวลา
แต่เบื้องหลังถ้าเราถอยเทปกลับมาดู เราจะแบ่งการทำงานอยู่เป็น 5 ขั้นตอน
1 การเพาะปลูกเพื่อให้ข้าวเปลือกคุณภาพดี
2 การเก็บรักษาคุณภาพให้ดี
3 การแปรสภาพข้าว  (การสีข้าว )
4 การปรับปรุงสภาพข้าวพร้อมบรรจุ
5 การตลาด
ที่เราจะยกเรื่องการสีข้าว นั้นปัจจุบันเทคโนโลยีการสีข้าวได้ก้าวหน้าอย่างมาก มีเครื่องสีข้าวหลากหลายยี่ห้อหลายรูปแบบเข้าแถวมาให้เลือกใช้ให้เหมาะกับชนิดข้าวเปลือก ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ หลายพื้นที่การเพาะปลูก โดยเฉพาะหลายประเทศต่างภูมิประเทศ แต่ละชนิดก็มีลักษณ์เฉพาะตัวเช่น อ้วน กลม ยาว เรียว บิด เปลือกบาง เปลือกหนา จมูกยาว จมูกสั้น ลักษณ์ภายในที่แตกต่างกันอีกคืออายุการเพาะปลูกของข้าวเปลือกไม่เท่ากัน ทนต่อการขัดสี มากน้อยไม่เท่ากัน บริโภคได้คุณค่าต่างกัน สามารถนำไปแปรรูปต่างกัน ความต้องการของผู้บริโภคที่ต่างกันราคาก็ไม่เท่ากัน
ที่สำคัญมากคือการสีข้าวให้สวยและได้ข้าวสารเต็มเมล็ดสูงสุดถนอมเมล็ดข้าวได้มากที่สุดนั้น เครื่องจักรที่ใช้ในการสีข้าวแต่ละชนิดแต่ละยี่ห้อ ได้ถูกออกแบบมาในข้อจำกัดการใช้งานที่ต่างกันใช้ในพื้นที่ที่ต่างกันข้อจำกัดในการบริหาร การจัดการและพนักงานที่ทำการสีข้าว วัฒนธรรม ค่าแรงงาน มูลค่าของข้าวสาร ก็ต่างกัน
ฉะนั้นการเลือกใช้เครื่องจักร จึงต้องนำข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศ โดยเฉพาะพื้นข้าวของแต่ละโรงสีมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ แล้วหาเครื่องจักรที่เหมาะสม
ในประเทศไทยเรา ประวัติศาสตร์ โรงสีข้าว การสีข้าวมีมากว่า 100 ปี


จากทางเลือกที่เหมาะสม
 มาเป็นทางเลือกที่วางใจได้
กว่า 100ปี ที่หินcorn type ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับข้าวเมล็ดยาวสายพันธุ์ เอเซีย ที่มีลักษะกายภาพที่ยาวเรียวบิดเล็กน้อย จมูกยาว และหลากหลายลักษณะ
เครื่องขัดข้าวขาวสีซึ่งได้ออกแบบโดยวิศวกรเยอรมัน
ถูกนำมาใช้ครั้งแรกที่ประเทศสาธรณรัฐประชาชน เหมี่ยนม่า ( พม่า )
คุณสมบัติพิเศษที่ได้ถูกวางสเป็คไว้ในภาคออกแบบ คือ
ต้องสีข้าวได้ทุกสายพันธุ์
ต้องใช้ยางเส้นที่มีความแข็ง 45- 50 irhd เพื่อความยืดหยุ่นในการสีข้าว
ต้องมีลักษณ์ทรงกรวย (corn type ) เพื่อการปรับระยะทางเดินข้าวในห้องขัด
ต้องสะดวกในการปรับระยะช่องขัดข้าวด้วยลูกหินโดยไม่ต้องปรับตะแกรง
ต้องพอกกากเพชรเองได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซื้อกากเพชรสำเร็จ
ต้องเปลี่ยนเบอร์กากเพชรได้ง่ายเพราะการขัดข้าวครั้งที่ 1 –2 –3 นั้นในแต่ละครั้งจะใช้ความละเอียดของกากเพชรต่างกัน
ต้องเดินยางได้สะดวกเปลี่ยนยางได้ง่ายและรวดเร็ว
ต้องปรับเปลี่ยนความเร็วรอบได้ตามความเหมาะสมของข้าวแต่ละชนิดในแต่ละรอบขัด
เมื่อวิศวกรเยอรมัน ได้นำเครื่องสีข้าวมาทดสอบการใช้งานในประเทศไทยสมัยรัชการ ที่ 5
ในยุคแรกๆนั้นข้าวที่ขัดเป็นสีข้าวด้วยเครื่องสีระบบ(corn type ) นิยมบริโภคในราชวงศ์เจ้านายระดับสูงจึงมีชื่อเรียกว่า ข้าวเจ้า( หมายถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ) คนไทยเราจึงคุ้นเคยและรู้จักกับหินข้าวขาวระบบทรงกรวยมาตั้งแต่ยุคแรกๆ วิศวกรไทยที่มีชื่อเสียง
ขอกล่าว นามเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน วิศวกร ท่านนี้คือ  นายสว่าง จารุศร
มีความสามรถได้ออกแบบหิน (corn type )  ประสบความสำเร็จจดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ ในชื่อหินปิ่นแก้ว ( เป็นชื่อพระราชทาน ) ชื่อเดียวกับข้าวเปลือกพันธุ์ปิ่นแก้วที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และเป็นต้นสายพันธุ์ของ ข้าวเปลือกในยุคต่อๆมา
เครื่องสีข้าวยี่ห้อ หินปิ่นแก้วมีทั้งเครื่องกระเทาะและหินขัดข้าวขาว ซึ่งอาจจะหายากสักหน่อยในยุคนี้เพราะหลายท่านที่มีอยู่ก็ได้ขายทิ้งเป็นเศษเหล็กไปบ้างแล้วน่าเสียดาย
น่าจะมีการเก็บประวัติของวงการสีข้าวในประเทศของเราหรือถ้ารัฐสนับสนุนสร้างพิพิธภัณฑ์โรงสีข้าวไทยขึ้นก็จะเป็นอนุสรณ็แก่เกษตรกรรุ่นหลังได้ศึกษาและภูมิใจในประวัติของคนไทยเราที่ได้คิดค้นเครื่องสีข้าวได้ไม่แพ้เจ้าของต้นคิด


จุดเด่นและลักษณะเฉพาะของหินข้าวขาว (corn type )
หินเป็นรูปทรงกรวย เมื่อถูกใช้งานไประยะหนึ่งขนาดของหินกากเพชรจะเล็กลง ลุกหินที่เป็นรูปกรวยจะสามารถปรับตำแหน่งให้ ลดลง- หรือปรับยกขึ้น(ด้วยเกลียวและอุปกรณ์มาตรฐานของเครื่อง)  เพื่อปรับช่องขัดข้าวระยะห่างของตะแกรงกับลูกหินให้พอดีเพื่อรักษาความขาวและประสิทธิภาพของการขัดให้คงที่
ซองยางที่ออกแบบแบ่งเส้นรอบวงของจะแกรงให้เป็น ช่องๆมีจำนวน ตั้งแต่ 4 ช่องจากหินขนาด 14 พอก 16 จนถึง 9 ช่องในหินขนาดใหญ่ 40 พอก 42นิ้ว การแบ่งช่องขัดในอัตราที่คำนวณไว้ ตามสูตร จะทำให้ข้าวสารถูกแบ่งออกเป็นปริมาณที่เท่าๆกันในแต่ละช่องขัด ข้าวจึงขัดสีได้สม่ำเสมอเท่ากันทุกเมล็ด
ยางเส้น ( rubber bake ) ขนาดกว้าง 32 0ม.ม.ยาว 270 ม.ม. ทำหน้าที่แบ่งช่องขัดและทำความสะอาดผิวกากเพชรของลูกหิน โดยมีช่องว่างขนาดประมาณ 3.0ม.ม.เป็นช่องทางให้เมล็ดข้าวถูกขัดรอดออกไปเป็นบางส่วน การเดินยาง เพื่อปรับความขาวที่จริงแล้วคือการทำความสะอาดผิวกากเพชร เมื่อกากเพชรถูกขัดสึกออกจนช่องว่างในห้องขัดกว้างขึ้น จึงต้องปรับขนาดของช่องขัดโดยการปรับลุกหินให้ลงต่ำลงเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องขัดให้เท่าเดิม เนื่องจากการใช้ยางเส้นเป็นตัวแบ่งและทำความสะอาดหน้าผิวกากเพชร การขัดข้าวในห้องขัดจึงมีความนุ่มนวลเนื่องจากความแข็งของยาง  ( เพียง 50-55 IRHD ) เมล็ดข้าวสารที่ถูกขัดจึงลดการแตกหักได้อย่างมาก ผิวโดยรอบตัวของเมล็ดข้าวจะถูกขัดโดยรอบ จมูกข้าวมี่แหลมยาวและโค้ง ( ลักษณะเฉพาะของข้าวมะลิและข้าวเมล็ดยาว ) จะถูกทำลายน้อยมาก การสีข้าวด้วยหิน(corn type ) จึงสวยงามมีความขาวสม่ำเสมอทั่วทุกเมล็ดผิวรำถูกขัดออกอย่างนุ่มนวลและเรียบสะอาด สังเกตว่าผิวข้าวจะสวยโดยรอบ เส้นสีแดงที่อยู่ด้านหลังของข้าวจะหมดไป เฉพาะที่หลายคนมองข้าวคือยังรักษาลักษณะของข้าวไว้คือเมล็ดข้าวจะอ้วน( ไม่ผอมลีบ ) และมีผิวของสารที่มีมัน ( มันของข้าวจะแสดงออกมาภาษาโรงสีเยกว่า อู่อิ๋ว) ซึ่งในการขัดด้วยหิน(corn type ) เพียง 2 ครั้งก็สวยงามมากแล้วหากว่าท่านขัดเบาๆถึง 3 ครั้งผิวข้าวจะสวยมากขาวเสมอมีเงามันและที่สำคัญมากที่สุดทุกท่านต้องการเพราะมันเป็นปัญหามากถ้ามีติดมาด้วยคือ (  ข้าวเปลือก ภาษาโรงสีเรียกว่ากาก ) เจ้าตัวร้ายนี้ที่ทำให้ราคาข้าวสารตกอย่างมากแต่หากท่านใช้หิน(corn type ) แล้วกากข้าวเปลือกจะลดปัญหานี้หรืออาจจะหมดไปอย่างแน่นอน


หิน  ในยุค (corn type ) ยุค 2000ที่เราเรียกว่ายุคดิจิตอลอะไรอะไรก็ดิจิตอลไปหมดแล้ว หินโคนหลังจากที่โรงสีข้าวยุคใหม่ได้นำมาติดมอเตอร์และได้พัฒนา ให้ทันยุคมากขึ้นเราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเช่น
ติดมอเตอร์ขึ้นลงพร้อมกับการขึ้นหินข้าวขาว
มีการนำแอมป์ดิจิตอลมาติดแล้วใช้ความสามารถของระบบไฟฟ้ามาควบคุมเพื่อตั้งความขาวของการขัดโดยยึดแอมป์ที่บอกการกินกระแสไฟมาเป็นตัวคำนวณ เช่นหินข้าวขาวขนาด 30 พอก 32 เวลาสีข้าวที่ความขาว 38 KETT(หน่วยวัด ) จะกินแอมป์ที่ 22-24 แอมป์ เขาก็จะตั้งระยะการทำงานไว้ว่าหากแอมป์ต่ำกว่า 28 ก็จะสั่งให้มอเตอร์เกียร์ตัวเล็กๆทำการหมุนเพลายกหินเพื่อให้หินปรับลงเพื่อให้ทางข้าวเล็กลง ( แทนการหมุนด้วยพวงมาลัย ) เพื่อรักษาความขาวที่ 22- 24 แอมป์ ในทางกลับกันหากว่ามีการกินแอมป์มากว่าที่ตั้งไว้เช่นแอมป์กระโดดไปถึง 28 แอมป์ ตัวควบคุมก็จะสั่งสัญญาณไปทำการหมุนพวงมาลัยขึ้นเพื่อปรับทางข้าวให้กว้างขึ้นเพื่อเพิ่มห้องขัดและลดความขาวลงแอมป์ก็จะไปอยู่ในระดับที่ตั้งไว้ อย่างนี้เราเรียกว่าการควบคุมด้วยระบบดิจิตอล ยังมีอีกวิธีคือการแจ้งความขาวด้วยสัญญาณไฟ การทำงานเหมือนกับข้างต้น แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในการกินแอมป์สัญญาณก็จะแสดงเป็นไฟกระพริบสีแบบสัญญาณจราจรเช่นแอมป์สูงเกินไปไฟสีแดงจะติด หากต่ำเกินไปไฟสีเหลืองจะติด และถ้าอยู่ในสภาวะปกติไฟสีเขียวจะติด เหล่านี้คือความคิดของเจ้าของโรงสีข้าวยุคดิจิตอลที่เขานำความรู้ของคนยุคใหม่มาพัฒนาร้านสีข้าวของเขาซึ่งก็น่าที่จะทำตามเพาะเป็นรื่องที่ดีในการควบคุมคุณภาพของการสีข้าวอีกแบบหนึ่ง
อันที่จริงแล้วการติดมอเตอร์กับหินโคนนั้นจะทำให้หินทำงานได้มากขึ้น ลดปัญหาการขึ้นหิน ลงหินอย่างมากเพราะสายพานที่ดึงจากเพลาราวนั้นจะรั้งให้เพลาขึ้นลงยาก สำหรับโรงสีข้าวที่ใช้เครื่องไอน้ำนั้นการรักษารอบหมุนได้ยากเครื่องไอน้ำตกไป 2 รอบ เพลาราวตกไป 4 รอบหินข้าวขาวตกไป 8 รอบอย่างนี้การสีข้าวจะขาวเสมอสู้กับการใช้มอเตอร์ได้อย่างไรฉะนั้นการใช้มอเตอร์กับหินข้าวขาวจึงเป็นวิธีที่ดีมากในการสีข้าวคุณภาพดี ยิ่งเป็นข้าวหอมมะลิที่ราคาแพงและต้องการความขาวอย่างมากนั้นหินโคนเหมาะที่สุดที่จะใช้เพราะว่าการขัดสีรำออกจากผิวข้างโดยไม่ทำลายจมูกข้าวนั้นการใช้ยางเส้นจะนุ่มนวลมากโดยเฉพาะเมื่อขัดสี  3 ครั้ง ออกมาแล้วทั้งๆที่ยังไม่ขัดมันผิวข้าวขาวก็มีมันในตัวของมันเอง ถ้าจะขัดมันต้องพักข้าวไว้สัก 8 – 10 ชั่วโมงแล้วนำมาขัดอีกครั้งเดียวก็สวยมากพอแล้ว ข้าวมะลินั้นกลัวกาก ( ข้าวเปลือก ) มากที่สุดเพราะทำให้ราคาตกมาก ไม่มีหินข้าวขาวแบบไหนที่สามารถกินกาก (สีข้าวเปลือกที่ผสมมากับข้าวก้อง )ได้ดีที่สุดโดยไม่ทำลายจมูกข้าว ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องยิงสีเพื่อมาเก็บกากโดยเฉพาะเพราะหลายโรงสีบอกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรกับกากที่ติดมากับข้าวสารจึงต้องเสียเงินซื้อเครื่องยิงสีมาเพื่อการนี้ ในทางปฏิบัติแล้ว ตะแกรงโยกที่ดีจะช่วยปัญหานี้ได้มากถ้าตะแกรงโยกไม่ดีจากเบาก็จะเป็นหนัก
ในเรื่องค่าใช้จ่ายต่อเกวียนแล้วเป็นที่รู้กันว่าประหยัดสุดๆอยู่แล้ว ยุคนี้มีตัวช่วยเยอะ ไม่ต้องลำบากมากเพราะเรามีเครื่องผสมกากเพชร ( เครื่องนวดกากเพชร ) แบบพอกกากเพชร คือใช้แบบพอกเหมือนกับหล่อท่อคือนำลูกหินเข้าไปในแบบที่ทำมาโดยเฉพาะแล้วก็ผสมกากเพชรให้เหลวกว่าพอกด้วยมือเล็กน้อยแล้วกรอกลงในแบบ ตำให้แน่นเรื่องสูตรพอกนั้นไม่ยากโทรมาถามจะบอกให้ทุกวันนี้มีหลายโรงสีที่หันกลับมาติดตั้งหินโคนอีกครั้ง เพราะเมื่อคิดให้ละเอียดแล้วปัญหาต่างๆที่วิตกกังวลทั้งหลายเริ่มมาจากท่านเจ้าของโรงสีคิดว่าคนงานหายาก ไม่มีคนฝึกใหม่ๆเข้ามาทำงานการสีข้าว เวลากลางคืนไม่มีคนทำงาน  ปัญหาต่างๆนี้แก้ไขได้ด้วยการให้ความรู้ และอบรม เทคนิคการสีข้าวให้มีคุณภาพดี


 


หน้าแรก | สินค้าและบริการ | เกี่ยวกับยนต์ผลดี | ผลงานที่ผ่านมา | ติดต่อสอบถาม  
  Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2014 All rights reserved.
บริษัท ยนต์ผลดี จำกัด
25/6 ถ.พหลโยธิน กม.351
อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60240
Tel : 056-334000-2 Fax: 056-334004
Email : karn.ck@gmail.com